สำนักข่าวบัซซ์ฟีดนิวส์รายงาน บ็อต เซ็นติเนล (Bot Sentinel) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลบนทวิตเตอร์ ได้เผยแพร่รายงานการตรวจสอบความเคลื่อนไหวบนทวิตเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ โดยพบว่าโพสต์ที่ให้ข้อมูลบิดเบือนและแสดงความเกลียดชังเกี่ยวกับทั้งคู่นั้น ส่วนใหญ่แล้วมีต้นกำเนิดมาจากกลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มหนึ่งซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อโพสต์ข้อความในแง่ลบเกี่ยวกับพวกเขาโดยเฉพาะ รายงานยังเผยถึงระดับความซับซ้อนและการร่วมมือกันระหว่างบัญชีผู้ใช้งานเหล่านี้ ซึ่งมีจำนวนผู้ติดตามรวมกันทั้งหมด 187,631 คน ก็เพื่อขับเคลื่อนแคมเปญแอนตี้เจ้าชายแฮร์รี่และพระชายา

ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ เคยพูดถึงผลกระทบในทางลบของโซเชียลมีเดีย ซึ่งกลายมาเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจถอนตัวออกจากชีวิตแบบเชื้อพระวงศ์ จากการวิเคราะห์ข้อความบนทวิตเตอร์กว่า 114,000 ข้อความ เกี่ยวกับคนคู่นี้ พบว่ามีการสมคบกันทำแคมเปญที่มุ่งเป้าหมายเพื่อก่อกวนและระรานเมแกนบนทวิตเตอร์ โดยมีบัญชีผู้ใช้งาน 83 บัญชีเป็นผู้ลงมือ และโพสต์จากบัญชีเหล่านี้ก็ถือเป็น 70% ของคอนเทนต์ในแง่ลบและแสดงความเกลียดชังต่อเมแกน

คริสโตเฟอร์ บาวซี ซีอีโอของบ็อต เซ็นทิเนล กล่าวว่าแคมเปญแอนตี้เมแกนบนทวิตเตอร์นี้เป็นสิ่งที่เขาและทีมงานไม่เคยพบมาก่อน เพราะดูไม่มีแรงจูงใจที่ชัดเจน เมื่อเทียบแคมเปญแอนตี้เมแกนกับแคมเปญสร้างข่าวลวงและก่อกวนอื่น ๆ บนทวิตเตอร์ เขายังกล่าวอีกว่า ไม่อาจรู้ได้เลยว่า คนที่ทำเช่นนี้เป็นเพราะเกลียดเมแกน เพราะเหยียดสีผิว หรือพยายามทำลายความน่าเชื่อถือของเมแกนและเจ้าชายแฮร์รี่ ขณะที่โฆษกของทวิตเตอร์แถลงว่า บริษัทกำลังตรวจสอบข้อมูลของบัญชีเหล่านี้และจะดำเนินการต่อบัญชีผู้ใช้ที่ละเมิดกฎของทวิตเตอร์ ซึ่งห้ามมีพฤติกรรมให้ร้ายผู้อื่น รวมถึงก่อกวน ด้อยค่า และสนับสนุนการสร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น

บาวซีย้ำว่าความเคลื่อนไหวในเชิงลบบนทวิตเตอร์ไม่ได้เกิดขึ้นจากบัญชีผู้ใช้ที่เป็นบอทหรือระบบอัตโนมัติ แต่เป็นบัญชีที่มีผู้ใช้งานที่เป็นคนจริงๆ แคมเปญแอนตี้เมแกนนี้มาจากคนที่รู้ดีเรื่องการจัดการอัลกอริทึม วางแผนจัดการความเคลื่อนไหวบนทวิตเตอร์ รู้จักวิธีหลบเลี่ยงการตรวจจับและระงับการใช้งานบัญชี ซึ่งผู้ที่ทำแบบนี้ได้คือผู้เชี่ยวชาญและอาจรับจ้างมาเพื่อทำแบบนี้โดยเฉพาะ

ส่วนตัวเมแกนและเจ้าชายแฮร์รี่ รวมทั้งบุตรชาย ไม่มีบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดียเลย ไม่ว่าบนแพลตฟอร์มใดๆ รวมทั้งองค์กรการกุศลและบริษัทโปรดักชั่นของพวกเขาด้วย เมแกนเคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารฟอร์จูนในเดือน ต.ค. 2563 ว่าเธอไม่ได้ใช้โซเชียลมีเดียมานานแล้ว เพื่อ “ปกป้องตัวเอง” และในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าชายแฮร์รี่ก็ให้สัมภาษณ์ว่า พระองค์และเมแกนอาจจะกลับไปใช้โซเชียลมีเดีย เมื่อทั้งคู่รู้สึกว่าเป็นเวลาที่ “เหมาะสม”